THAIVISION
  • REFLECTION
    • MORNING WORLD >
      • IN CONTEXT >
        • CLASS WAR IN THAILAND?
        • ราชอาณาจักรแห่งบ่อนการพนัน
        • หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
        • SINGAPORE VS TRUMP'S TARIFF
        • สงครามการค้า สหรัฐฯ vs. ไทย
        • IN CONTEXT 17/2024 [Earth Day 1970-2024]
        • IN CONTEXT 16/2024
        • IN CONTEXT 15/2024
        • IN CONTEXT 14/2024
        • IN CONTEXT 13/2024
        • IN CONTEXT 12/2024
        • IN CONTEXT 11/2024
        • IN CONTEXT 10/2024
        • IN CONTEXT 9/2024
        • IN CONTEXT 8/2024
        • IN CONTEXT 7/2024
        • IN CONTEXT 6/2024
      • THAKSIN and ASEAN
      • THAKSIN 2010
      • BOBBY SANDS
  • ON DEMOCRACY
  • THE LIBRARY
    • MOU43-44 [Thailand v Cambodia]
    • THE ART OF WAR by SUN TZU
    • SUFFICIENCY ECONOMY BY KING BHUMIBOL OF THAILAND
    • SOFT POWER (Joseph Nye, Jr.)
    • CONVERSATIONS WITH THAKSIN by Tom Plate
    • THE GREAT ILLUSION/Norman Angell
    • MORNING WORLD BOOKS >
      • CASINO ROYALE
      • 1984
      • A BRIEF HISTORY OF TIME
      • A HISTORY OF THAILAND
      • CONSTITUTION OF THE UNITED STATES
    • SCIENCE >
      • ประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์
      • HUMAN
    • DEMOCRACY IN AMERICA
    • FIRST DEMOCRACY
    • JOHN MUIR
    • MODELS OF DEMOCRACY
    • MULAN
    • THE VOYAGE OF THE BEAGLE
    • ON THE ORIGIN OF SPECIES
    • PHOOLAN DEVI
    • THE REPUBLIC
    • THE TRAVELS OF MARCO POLO
    • UTOPIA
    • A Short History of the World [H.G.Wells]
    • WOMEN OF ARGENTINA
    • THE EARTH : A Very Short Introduction
    • THE ENGLISH GOVERNESS AT THE SIAMESE COURT
    • TIMAEUAS AND CRITIAS : THE ATLANTIS DIALOGUE
    • HARRY POTTER
    • DEMOCRACY / HAROLD PINTER
    • MAGNA CARTA
    • DEMOCRACY : A Very Short Introduction
    • DEMOCRACY / Anthony Arblaster]
    • DEMOCRACY / H.G. Wells
    • ON DEMOCRACY / Robert A. Dahl)
    • STRONG DEMOCRACY
    • THE CRUCIBLE
    • THE ELEMENTS OF STYLE
    • THE ELEMENTS OF JOURNALISM | JOURNALISM: A Very Short Introduction
    • LOVE
    • THE EMPEROR'S NEW CLOTHES
    • THE SOUND OF MUSIC
    • STRONGER TOGETHER
    • ANIMAL FARM
    • POLITICS AND THE ENGLISH LANGUAGE
    • GEORGE ORWELL
    • HENRY DAVID THOREAU >
      • WALDEN
    • MAHATMA GANDHI
    • THE INTERNATIONAL ATLAS OF LUNAR EXPLORATION
    • พระมหาชนก
    • ติโต
    • นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ | A Man Called Intrepid
    • แม่เล่าให้ฟัง
    • SUFFICIENCY ECONOMY
    • พระเจ้าอยู่หัว กับ เศรษฐกิจพอเพียง
    • KING BHUMIBOL AND MICHAEL TODD
    • ... คือคึกฤทธิ์
    • KING BHUMIBOL ADULYADEJ: A Life's Work
    • THE KING OF THAILAND IN WORLD FOCUS
    • พระราชดำรัสเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ >
      • THE KING'S WORDS
    • TESLA INTERVIEW 1926
  • IN MY OPINION
  • S.ONWIMON
    • MY STORY
    • THE DISSERTATION
    • THE WORKS >
      • BROADCAST NEWS & DOCUMENTARIES
      • SPIRIT OF AMERICA
      • THE ASEAN STORY
      • NATIONAL PARKS OF THAILAND
      • HEARTLIGHT: HOPE FOR AUTISTIC CHILDREN IN THAILAND
    • SOMKIAT ONWIMON AND THE 2000 SENATE ELECTION
    • KIAT&TAN >
      • TAN ONWIMON >
        • THE INTERVIEW
    • THAIVISION

once upon 2557

​คำปราศรัย เวทีอโศก
โดย สมเกียรติ อ่อนวิมล
21:00 น. 23 มกราคม 2557
คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
[ก.ป.ป.ส.]
Vertical Divider
​คำปราศรัย เวทีอโศก
โดย สมเกียรติ อ่อนวิมล
21:00 น. 23 มกราคม 2557


บทนำ

ผมเป็นคนมองโลกสวยมายาวนานตลอดชีวิต 66 ปี

ผมเป็นคนที่กำนันสุเทพตัดพ้อต่อว่าบนเวทีมวลมหาประชาชนมากว่าเดือน ว่าเป็นพวกโลกสวย

แต่นับวันโลกของผมมันเริ่มจะไม่สวยมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมจึงมาที่นี่ มาอยู่กับท่าน มวลมหาประชาชน 
เพราะผมพบว่าที่นี่ คือโลกที่สวย สงบ งดงาม ที่แท้จริง!

เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาผมได้อ่านบทความของสำนักวิจัยอเมริกันแห่งหนึ่ง ชื่อ INTERNATIONAL CRISIS GROUP เขาวิเคราะห์วิกฤติการเมืองไทยวันนี้ และวิเคราะห์การต่อสู้ของเรามวลมหาประชาชนไทยกลางกรุงเทพมหานครนี้ว่า การให้ปฎิรูปก่อนการเลือกตั้งเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง ไม่มีทางเลือกอื่น แต่เป็นทางเลือกที่เป็นความหวังที่อ่อนล้าเต็มที เปรียบเสมือนคนลอยคอกำลังจะจมน้ำ เพียงเกาะหญ้าปล้องน้อยที่ลอยปริ่มน้ำอยู่เท่านั้น.

แต่องค์การวิจัยระหว่างประเทศนี้ก็สรุปว่า “หญ้าปล้องน้อยที่ลอยความหวังปริ่มน้ำ” อยู่ที่กรุงเทพฯนี้ ก็เป็นความหวังเดียว ไม่มีความหวังอื่น ไม่มีทางเลือกอื่นใดเลย สำหรับการปฏิรูปประเทศไทยให้ดีขึ้นให้ทัดเทียมมาตรฐานอารยะประชาธิปไตย ในโลกมนุษย์ใบนี้

ผมมาที่นี่ในคืนนี้มิได้มาเพื่อเกาะหญ้าปล้องน้อยของมวลมหาประชาชน …… แต่มาเพื่อเป็นหญ้าอีกปล้องหนึ่ง เสริมความแข็งแกร่งแห่งความหวังของมวลมหาประชาชน ให้ความฝันที่เป็นความหวังลอยปริ่มน้ำอยู่ในขณะนี้ ได้กลายเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ เป็นความจริงในการสร้าง “สังคมประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ให้พวกเราทุกคน โดยเฉพาะลูกหลานของเราในปัจจุบันและในอนาคตได้อยู่ร่วมกันสร้างชีวิต … สร้างชาติ … สร้างแผ่นดิน …ให้มั่นคง มั่งคั่ง … รุ่งเรื่อง … บริสุทธิ์ … งดงาม … สดใส …และ ยั่งยืนตลอดไป.

…ให้ชาติไทยและคนไทยอยู่บนโลกมนุษย์ได้อย่างสง่างาม ทัดเทียมทุกชนชาติในโลก เป็นที่เคารพชื่นชมของพลเมืองชาติอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในโลก

ผมจึงมาที่นี่ เพื่อร่วมปฏิรูปประเทศไทยกับท่านทั้งหลาย 
ก่อนการเลือกตั้ง!

ระบอบทักษิณ

ประเทศไทยผ่านการปฏิรูปการเมืองมาแล้วหลายช่วงหลายตอน ส่วนใหญ่ก็ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ร่างแล้วร่างอีก ยึดอำนาจแล้วยึดอำนาจอีก จนเรามีรัฐธรรมนูญใช้แล้วถึง 18 ฉบับ (ฉบับที่ 20 ในปี 2560) แสดงความหวั่นไหว ระส่ำระสายในเรื่องประชาธิปไตยอย่างหาทางออกไม่เจอ จนวันนี้เราก็กำลังพยายามอย่างเหน็ดเหนื่อยยาวนานเพื่อล้มระบอบการบริหารประเทศที่ทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเป็นระบบกว้างใหญ่ครอบคลุมทั้งระบบราชการ สถาบันการเมือง และกลุ่มพวกผู้มีอำนาจธุรกิจการเมือง

ที่เราเรียกว่าระบอบทักษิณ!

ผมรู้จัก พตท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร มาแต่แรกเริ่มครั้งที่ผมเป็นนักข่าวโทรทัศน์ในวัยหนุ่ม และคุณทักษิณเป็นนักธุรกิจกำลังไต่เต้าขึ้นสู่ความมั่งคั่งทางธุรกิจ และขยายอำนาจเข้าสู่การเมือง ตอนที่คุณทักษิณร่ำรวยมากขึ้นจนสังคมเห็นผิดสังเกตุ ผมยกมือลุกขึ้นถามในที่ประชุมฟังคุณทักษิณบรรยายว่า:

“คุณทักษิณร่ำรวยมากแล้ว ทำไม่จึงไม่จัดระบบและเงินงบประมาณของบริษัท AIS ชินคอร์ป แบ่งเงินเพื่อการวิจัยและพัฒนา (Reaseach and Development) ไว้บ้าง สัก 2-3% ของยอดเงินรายได้ของบริษัทในเครือ ดังเช่นบริษัทสำคัญในโลกเขาทำกัน เช่น Samsung ของเกาหลีใต้ที่กำลังเริ่มโดดเด่นในตอนนั้น?”

คุณทักษิณตอบผมว่า “การเอาเงินไปวิจัยเพื่อให้ได้นวัตกรรม ได้เทคโนโลยีใหม่ของตนเองมันสิ้นเปลืองเงินมาก ไม่คุ้มกัน”

คำตอบนี้ทำให้ผมไม่คิดว่าคุณทักษิณจะสร้างอาณาจักรธุรกิจอุตสาหกรรมอะไรให้เป็นอนาคตทางนวัตกรรมของระบบเศรษฐกิจไทย ผมจึงไม่เห็นคุณทักษิณจะมีคุณค่าอะไรมากไปกว่าคนมีเงินมากธรรมดา

มาในตอนที่คุณทักษิณพยายามเอาสัมปทาน IBC Cable TV จาก อสมท. แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ แถมเทคโนโลยีของตัวเองก็ไม่มี ต้องไปให้บริษัท Clear View จาก Hawaii มาร่วมทุนด้วย คุณทักษิณเชิญผมไปนั่งคุยด้วยที่สำนักงานใหญ่ของ IBC เป็นอาคารหลังเล็กๆย่านราชวัตร คุณทักษิณถามผมว่าผมจะคิดอย่างไร ถ้าคุณทักษิณจะเข้าไปเป็นผู้อำนวยการ อสมท. เพราะจะได้จัดการเอาสัมปทานให้ IBC ของตัวเองได้ง่ายๆ ตอนนั้นผมเป็นผู้สื่อข่าวและเป็นผู้ประกาศข่าวในฐานะบริษัทเอกชนเล็กๆร่วมงานกับข่าวช่อง 9 อสมท. ผมเดาว่าคุณทักษิณต้องการให้ผมร่วมเป็นพวกด้วย ผมก็ตอบคุณทักษิณไปว่า คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้ จะเอาสัมปทานจาก อสมท. และจะเป็นผู้อำนวยการ อสมท. เสียเอง อย่างนี้ไม่ได้ 

คุณทักษิณจึงบอกว่าถ้างั้นก็จะจัดการให้ รตอ.เฉลิม อยู่บำรุง ไปเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล อ. ชาติชาย ชุณหวัณ แล้วตั้งคนที่ไว้ใจได้เป็น ผอ. อสมท. แล้วจะได้จัดการให้ได้สัมปทาน IBC Cable TV

แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ผมทึ่งในขีดความสามารถในการทุจริตแบบไม่ทำอะไรผิดกฎหมายของคุณทักษิณจริงๆ

นั่นคือจุดเริ่มของระบอบทักษิณ ดังที่เรารู้จักอิทธิฤทธิ์กันในปัจจุบัน
แม้ตอนนั้นยังไม่มีคำนิยามเรื่อง “ระบอบทักษิณ” ก็ตาม

เมื่อคุณเฉลิม อยู่บำรุงเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุมงาน อสมท. คุณเฉลิมบอกผมว่า “เราพวกเดียวกันแล้วนะครับอาจารย์” 

แล้วคุณเฉลิม ก็ให้สัมภาษณ์ว่า พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเพิ่งพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปนั้น เป็คนร่ำรวยผิดปรกติ มีบ้านถึง 3 หลัง แต่ผมในฐานะที่เป็นนักข่าวด้วยก็ทำข่าวพิสูจน์ว่า พล เอก เปรม ไม่มีบ้านสามหลัง ไม่ได้ร่ำรวยผิดปรกติอะไร 

บ้านที่เกาะยอ ชาวสงขลาสร้างให้ ท่านก็ไม่เอา ก็จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์
บ้านที่ท่าแร้ง บางเขน ก็ไม่มีจริง
บ้านที่โคราชก็เป็นบ้านพักประจำตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2
และบ้านที่ท่านอยู่จริงที่เรียกว่าบ้านสี่เสา ก็เป็นของทางราชการที่ให้ท่านอยู่อาศัยตามตำแหน่งและระเบียบของกองทัพ

คุณเฉลิมไม่พอใจข่าวของผม จึงโทรศัพท์มาบอกผมว่า “เราแยกทางกันเดินนะครับอาจารย์”

แล้วเราก็แยกทางกันเดิน คุณเฉลิมปลดผมออกจากงานที่ทำร่วมกับ อสมท. โดยมติคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น

ที่คุณทักษิณเขียนไว้ในหนังสือชื่อ “ตาดูดาว เท้าติดดิน” ว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรกับ อสมท. จึงไม่เป็นความจริง 

คุณทักษิณนั้น ขณะที่ตาเหม่อลอยจ้องดวงดาวนั้น เท้าก็เหยียบย่ำทุกสิ่งอย่างบนดินฟุ้งกระจาย แหลกลาน

ในปี 2543 ผมได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุพรรณบุรี คุณทักษิณกำลังสร้างพรรคไทยรักไทย เพื่อไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งคนมาทาบทามผมให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกแบบบัญชีรายชื่อของพรรค แต่ผมปฏิเสธ

ต่อมาคุณทักษิณ โดยบริษัท Shin Corp ก็เข้าไปซื้อหุ้นสถานีโทรทัศน์ iTV  10% พยามคืบคลานซื้อเพิ่มให้มากถึง 40% ทั้งๆที่กฎเดิมห้ามไว้ไม่ให้ใครถือหุ้นเกิน 10% แต่คุณทักษิณก็แก้ไขกฏเกณฑ์จนทำได้ เหลือติดอยู่ที่ว่าค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายรัฐแพงมากถึง 25,000 ล้านบาทในช่วง 30 ปี

คุณนิวัติ บุญทรง ปัจจุบันชื่อ นิวัติธำรง บุญทรงไพศาล ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนทุน American Field Service - AFS รุ่น 5 (1966-67) รุ่นเดียวกับผม ตอนนั้นเป็นผู้บริหารชินคอร์ปของคุณทักษิณ ก็ชวนผมเข้าไปทำงานที่ iTV ผมรับงานเป็นรองผู้อำนวยการ iTV สายงานข่าว ได้เงินเดือน 2 แสนบาท ได้รับคำสั่งให้ช่วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร และกันมิให้คุณสมัคร สุนทรเวช ได้เป็นข่าวใน iTV มากเกินไป วันใดที่ iTV ทำข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เวลาเป็นข่าวน้อยกว่าคุณสมัคร ผมจะถูกเรียกตัวไปให้ชี้แจง ให้ตรวจเทปข่าวในวันนั้นๆ

แล้วผมก็ถูกขอว่าต้องช่วยให้พรรคไทยรักไทยและคุณทักษิณได้ครองอำนาจทางการเมือง ให้คุณทักษิณได้เป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ แล้วให้ความมั่นใจกับผมว่าไม่ต้องห่วง iTV จะขาดทุน เพราะจะเอาเงินงบโฆษณาครึ่งหนึ่งของ Shin Corp มาให้ iTV ยังไงๆก็ไม่มีทางขาดทุน แถมงบโฆษณาอีกครึ่งหนึ่งนั้นก็จะแจกจ่ายกระจายไปดูแลให้สื่อมวลชนอื่นๆทั้งหมดในประเทศไทย ให้เป็นมิตรกับคุณทักษิณไปตลอดกาล

ในฐานะที่ผมตอนนั้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาจากสุพรรณบุรี กรรมการบริหาร iTV จาก Chin Corp มาขอให้ผมช่วยจัดการในวุฒิสภาให้มีพวกมากพอที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงค่าสัมปทาน iTV จาก 25,000 ล้านบาท  ให้เหลือต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท แล้วเมื่อ iTV ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ ผมก็จะได้สิทธิ์ซื้อหุ้นในราคาต่ำตอนเข้าตลาด ผมเตรียมตัวรวยได้เลย ถ้าอยากรวย! ข้อเสนอเหล่านี้เป็นข้อเสนอบอกปากเปล่าไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ก็เป็นข้อเสนอที่ผมต้องตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตให้ถูกต้อง

ผมลาออกจาก iTV ไม่ขอร่วมงานกับคุณทักษิณและ Shin Corp ทันทีที่ทราบเงื่อนไขข้อเสนอ หลังทำความรู้จักกันในเชิงธุรกิจการเมืองเพียง 2 เดือน
Picture
Picture
Picture
Picture
Picture
Picture
Vertical Divider

การแทรกแซงวุฒิสภา

เที่ยงวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พตท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร ผู้สั่งการงานนายกรัฐมนตรีอยู่เบื้องหลัง แถลงว่าจากนี้ไป ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมจะตกอยู่ในความรับผิดชอบของวุฒิสภา และบอกว่าวุฒิสภาเป็นอิสระ รัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยจะไปแทรกแซงไม่ได้ 

    ประสบการณ์ของผมแตกต่างไปจากที่คุณยิ่งลักษณ์พูด 
    และที่คุณยิ่งลักษณ์พูดก็ตรงข้ามกับที่คุณทักษิณทำ

    ที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ เป็นความจริงสำหรับประกอบการใช้วิจารณญาณของพลเมืองดีผู้ห่วงใยประเทศชาติ ได้พิจารณาระวังภัยทุจริตซ้ำเป็นรอบสอง โดยคุณทักษิณฯ และพรรคพวก ที่เคยทำมาแล้วเมื่อสิบปีที่แล้วอย่างแยบยล และเรื่องนี้กระบวนการยุติธรรมก็ได้พิพากษาความผิดและยึดทรัพย์จากคุณทักษิณคืนมาให้รัฐแล้ว แต่มาวันนี้คุณทักษิณกำลังจะเอาคืน ด้วยวิธีการแบบเดิม 

    คือแก้กฎหมายให้ตัวเองได้ประโยชน์ 
    โดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย
    เป็นการทุจริต ที่อาจจะผิดกฎหมายเก่า แต่ไม่ผิดกฎหมายใหม่

    ปี 2544 พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นำพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้นในสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนแรกเริ่ม คุณทักษิณยังมีอิทธิพลไม่มากพอในวุฒิสภา พลตรีมนูญกฤติ รูปขจร เป็นประธานวุฒิสภา ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสุพรรณบุรี  ผม กับคุณโสภณ สุภาพงษ์, สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพฯ, ชนะในการแปรญัติร่าง พรบ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยแก้ไขร่างๆจากพรรคไทยรักไทย เป็นว่าให้ต่างชาติถือหุ้นได้เพียง 25% แทนที่จะเป็น 49% ดั่งที่คุณทักษิณและพรรคไทยรักไทยต้องการ ร่างเดิมที่กำหนดตัวเลข 49% ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก่อนจะมาถึงวุฒิสภา มาเสียท่าการแปรญัตติของผมและคุณโสภณฯอย่างไม่คาดฝัน 

    แต่ชัยชนะของผมและคุณโสภณ และวุฒิสภาเสียงข้างมาก ก็เป็นขัยชนะช่วงสั้นๆ

    ความพ่ายแพ้ของคุณทักษิณก็เพียงชั่วครู่ชั่วยาม สามปีเศษเท่านั้นเช่นกัน
     
    เป็นช่วงเวลาที่คุณทักษิณจะได้พัฒนาทักษะการบริหารสมาชิกในวุฒิสภา ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นอิสระ และใครต่อใครก็คิดว่าพรรคการเมืองไม่มีอำนาจแทรกแทรงได้

    ปี 2547 คุณสุชน ชาลีเครือ สว.ชัยภูมิ ได้เป็นประธานวุฒิสภา ต่อจาก พลตรี มนูญ-
กฤติ รูปขจร คุณศรีเมือง เจริญศิริ สว.มหาสารคาม ปรากฏตัวและทำกิจกรรมเป็นแกนนำกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาผู้สนับสนุนคุณทักษิณฯและพรรคไทยรักไทย

ปลายปี 2547 คุณทักษิณส่งร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมฉบับที่สองแก้ไขเพิ่มเติมผ่านสภาผู้แทนราษฎร ขึ้นมาถึงวุฒิสภา มีสาระสำคัญให้ปรับสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติในกิจการโทรคมนาคมเพิ่มจากเดิม 25% เป็น 49%  

    ผมกับคุณโสภณฯเตรียมรับมือมานานสามปี รู้ดีว่าคุณทักษิณจะเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทชินคอร์ป โดยแก้กฎหมายให้ขายหุ้นให้ชาวต่างชาติมากขึ้นจนติดเพดาน 49% ตามที่เคยอยากได้แต่แพ้เสียงวุฒิสภาเมื่อสามปีเศษก่อนหน้า ผมกับคุณโสภณฯ จึงเสนอขอแปรญัตติให้กฎหมายกลับสู่ร่างเดิม คือให้สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติอยู่ที่ 25% แต่ประธานกรรมาธิการฯพิจารณาร่างฯไม่รับเอกสารขอแปรญัติจากผมและคุณโสภณฯ อ้างว่าขัดหลักการของกฎหมายที่ต้องการให้เพิ่มสัดส่วนหุ้นต่างชาติเป็น 49% จะมาขอแก้เป็นสัดส่วนอื่นไม่ได้ ผมเลยไม่ได้รับโอกาสขึ้นสู่ห้องกรรมาธิการเพื่อชี้แจงเหตุผลในการของแปรญัตติ 

    ผมหมดโอกาสพูดแม้แต่คำเดียว 

    การห้ามไม่ให้ผมแปรญัตติโดยอ้างว่าคำขอแปรญัตติขัดกับหลักการที่ร่างไว้ในอารัมภบทว่าด้วยหลักการของร่างขอแก้ไขกฎหมาย เป็นสิ่งที่พวกคุณทักษิณห้ามไม่ให้ผมทำเมื่อสิบปีที่แล้ว แต่พรรคเพื่อไทยทำได้ใน
กรณีร่างพระราชบัญญ้ตินิรโทษกรรมที่อื้อฉาวในรัฐสภาปีที่แล้ว

    ผ่านมากว่าสามปี คุณทักษิณได้สมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากพอที่จะชนะทุกครั้งที่คุณทักษิณสั่งการ ความมั่นใจของคุณทักษิณ และพรรคไทยรักไทยกลับคืนมาสูงยิ่ง 
    ในสภาผู้แทนราษฎรก็มีคะแนนท่วมท้น
    ในวุฒิสภาก็คุมและสั่งการได้ดั่งใจปราถนา

    ปี 2547-2548 ผมประมาณตัวเลขจากการเก็บข้อมูลอย่างถี่ถ้วนเป็นแรมปีว่าสมาชิกวุฒิสภาที่ที่มีทั้งหมด 200 คน มีตกอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมและดูแลความสุขสมบูรณ์เป็นรายเดือนและตามประเภทงานที่สั่งให้ลงคะแนนพิเศษ มีจำนวนประมาณ 80-90 คน และมี สว.สายข้าราชการอาวุโสเก่าอีกจำนวนหนึ่งที่จะลงคะแนนช่วยคุณทักษิณแบบอิสระอีกราว 40-50 คน ที่เหลือเป็น สว.อิสระแท้ๆราว 50-60 คน

    สว.ที่จัดอยู่ใน “ค่ายทักษิณ” ปรกติจะได้รับเงินเดือนประมาณ 50,000-100,000 บาท และบางครั้งก็มีค่าตอบแทนเฉพาะกิจตามงานที่กำหนดให้ทำ ข้อมูลเหล่านี้ผมได้จากการพูดคุยกับ สว.ที่เกี่ยวข้องบางคน    

    คุณทักษิณใช้เงินไม่มากนักในการใส่ใจดูแลคะแนนสนับสนุนในวุฒิสภา ช่วงเวลาสามปีเศษที่รอแก้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมฉบับใหม่ เพียงดูแล สว.ไม่ถึงร้อยคนด้วยเงินเล็กน้อย พอผ่านกฎหมายไปได้ก็สามารถทำเงินได้มหาศาลโดยอาศัยประโยชน์จากการแก้กฎหมายนั้น

    พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2549 
    
    วันจันทร์ที่ 23 มกราคม เพียงสองวันข้ามวันเสาร์-อาทิตย์มาเท่านั้น ตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ ก็ขายหุ้นชินคอร์ปทั้งหมด 49% ให้กับบริษัทเทมาเส็กโฮลดิ้ง ของสิงโปร์ เป็นเงิน 73,271,200,910 บาท (เจ็ดหมื่นสามพันสองร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านสองแสนเก้าร้อยสิบบาท) หากใจร้อนรีบขายไปเท่าที่จะขายได้ตามกฎหมาย คือ 25% เมื่อสามปีก่อนหน้า ก็จะได้เงินเพียงประมาณ 36,934,769,000 บาท (สามหมื่นหกพันเก้าร้อยสามสิบสี่ล้านเจ็ดแสนหกหมื่นเก้าพันบาท) 

    รอเพียงสามปีเศษ ลงทุนดูแลทุกข์สุขของผู้จงรักภักดีในวุฒิสภาไม่กี่คน ไม่กี่เดือน ไม่กี่บาท ก็แก้กฎหมายให้จนสามารถขายกิจการได้เงินเพิ่มมาอีกถึง 36,336,431,000 บาท (สามหมื่นหกพันสามร้อยสามสิบหกล้านสี่แสนสามหมื่นหนึ่งพันบาท) ตามตัวเลขจากการคำนวนโดยประมาณ
    
    คุณทักษิณเป็นคนเปิดเผย ทำอะไรได้มาแล้วก็อยากทำใหม่แบบเก่า 
    คิดว่าง่าย เพราะเคยทำมาแล้ว ทำได้ไม่ยากด้วย!

    คุณทักษิณมั่นใจว่านักการเมืองนั้นซื้อได้ ไม่ได้มีเกียรติหรือศักดิ์ศรีอะไรกันนักหนา!

    ที่คุณยิ่งลักษณ์ผู้น้องสาวบอกว่าวุฒิสภานั้นรัฐบาลแทรกแซงไม่ได้นั้น 
    เป็นการพูดที่ถูกต้องตามหลักการในรัฐธรรมนูญ 

    แต่ในภาคปฏิบัติของพรรคเพื่อไทย ครั้งที่ชื่อพรรคไทยรักไทยนั้น ประวัติพฤติกรรม
    ทางการเมืองของคุณทักษิณ ผู้เป็นพี่ชาย บอกชัดเจนว่าแทรกแซงได้ด้วยเงิน

    ทำมาแล้ว....จะสานต่อ ทำตามแบบที่ทำมาต่อไป ตามที่หาเสียงเลือกตั้งบนป้ายข้างถนนทั่วประเทศในตอนนี้

นี่คือบางเรื่องที่เกี่ยวกับระบอบทักษิณ ที่มวลมหาประชาชนกำลังพยายามจะล้มให้สูญสิ้นไปจากสังคมไทย

นี่คือโลกอันไม่สวยงามของประเทศไทย

การต่อสู้แบบอหิงสา สัตยาเคราะห์ 
และ อารยะดื้อแพ่งขัดขืน


วันนี้ เรากำลังต่อสู้เพื่อล้มระบอบทักษิณ และเพื่อปฏิรูปประเทศไทยของเราใหม่ให้สวยสดงดงามอย่างแท้จริง

การต่อสู้ทางการเมืองในประเทศไทย หรือในที่ไหนๆในโลกเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น เพราะนักการเมืองที่ทุจริตฉ้อฉลมักจะได้โอกาสเข้ามาฉ้อฉลระดับชาติได้เสมอ 

กำนันสุเทพพยายามบอกท่านทั้งหลายซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่เว้นแต่ละคืน ว่าให้เราสู้ด้วยสันติวิธี สงบ ปราศจากอาวุธ ตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ และตามแบบที่ท่านมหาตมะ คานธี แห่งอินเดีย เรียกว่า “อหิงสา” ซึ่งท่านทำสำเร็จมาแล้ว เมื่อขับไล่จ้าวอาณานิคมอังกฤษ จนอินเดียได้รับเอกราขเมื่อ 67 ปีที่แล้ว

การใช้หลักอหิงสามาต่อสู้ล้มระบอบทักษิณนั้น ผมหวั่นใจมากว่าเราจะทำไม้ได้สมบูรณ์ตามหลักการที่แท้จริง ผมหวั่นใจว่าในที่สุดจะเกิดความรุนแรง หากเราไม่ได้ศึกษาทำความเข้าใจเรื่องอหิงสาอย่างแท้จริง

แต่ผมก็พอใจในระดับหนึ่งที่ว่าความรุนแรงทางกายนั้นมิได้เกิดจากฝ่ายมวลมหาประชาชน โดยภาพรวม แม้จะมีการขว้างปาด้วยอารมณ์โกรธแค้นบ้างในบางช่วง

ต้องขอชื่นชมกำนับสุเทพ กปปส. และมวลมหาประชาชนทุกท่านที่มีสันติวินัยในตนเองในระดับที่น่าเคารพ สำหรับการต่อสู้ทางการเมืองในประเทศไทย

อหิงสา ส่วนที่เรายังทำกันไม่ได้ คือ อหิงสาทางวาจา และทางใจ

อหิงสานั้นมี 3 แบบ ที่ต้องทำให้ได้ไปพร้อมๆกัน คือ

สันติทางกาย ไม่ใช้กำลัง ไม่ใช้อาวุธ ไม่มีความรุนแรงทางกายภาพ เรื่องที่เราทำได้อย่างน่าเคารพดังที่ผมว่าไปแล้ว

สันติทางวาจา เรายังทำได้บ้างไม่ได้บ้าง บางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้
คำพูดที่หยาบคายรุนแรงต่อฝ่านตรงข้ามยังปรากฏอยู่เสมอ จนผมไม่มีความสุขใจ และเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการได้รับชัยชนะ

สันติทางใจ เรื่องนี้ อยู่ในใจ หมายถึงการแผ่เมตตาต่อฝ่ายตรงข้าม ให้ชิงชังเฉพาะสิ่งเลวร้ายที่เขาทำ แต่ไม่ชิงชังตัวเขา หรือตัวบุคคลผู้กระทำ

เรื่องนี้ต้องใช้เวลา ท่านมหาตมะ คานธีบอกว่า อหิงสา เป็นเรื่องที่ต้องทำไปตลอดชีวิต

ผมใช้ชีวิตวัยหนุ่ม เรียนหนังสือในประเทศอินเดีย นาน 5 ปี รู้จักปรัชญาและกิจกรรมอหิงสาของมหาตมะ คานธี มากพอหรืออาจมากเกินไปจนเกิดความห่วงใยการอ้างอหิงสาในประเทศไทยเกินพอดีก็เป็นได้

แต่ผมก็อยากจะยืนยันว่า
สันติวิธี หรือ อหิงสาที่สมบูรณ์ จะนำไปสู่ชัยชนะที่สมบูรณ์ แน่นอน

มหาตมะ คานธี

    วิธีไม่ใช้ความรุนแรง ที่เรียกว่า “อหิงสา”  ถือเป็นดุจอาวุธในต่อสู้การขัดขืน ดื้อแพ่ง ต่อความชั่วร้ายและความไม่ยุติธรรมจากอำนาจรัฐ
    นักต่อสู้ต้องมีวินัยในตนเอง ต้องมีวินัยในการกำกับควบคุมตนเอง ดำเนินชีวิตเรียบง่าย ยอมรับโทษทุกข์ทรมาณโดยไม่หวาดหวั่นหรือเกลียดชังใคร มุ่งก่อประโยชน์ให้กับผู้อื่น ไม่เห็นแก่ประโยชน์ตอบแทนส่วนตน ยึดมั่นในความสัตย์จริง, ความไม่รุนแรง, ความไม่กลัว, การไม่ยึดติดกับความเป็นเจ้าของในสรรพสิ่ง, ไม่เป็นขโมย, การทำงานเพื่อยังชีพ, ยึดในความเสมอภาคกันของทุกศาสนา.
    
    เรียกร้องให้ฝ่ายตรงข้ามใช้เหตุผลและจิตสำนึก 
    โดยที่ผู้เรียกร้องเป็นฝ่ายยอมสละตนให้เป็นผู้รับทุกข์ทรมานเสียเอง 
    แรงจูงใจให้ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามได้เปลี่ยนความคิด
    และเปลี่ยนแปลงตนเอง ทำให้เขากลับมาเป็นพันธมิตร
    และเป็นเพื่อนโดยสมัครใจอย่างเต็มใจ 
    แนวทางนี้ตั้งอยู่บนฐานคิดที่ว่าการเรียกร้องด้วยศีลธรรมไปยังหัวใจและจิตสำนึกนั้น ในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน จะมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล มากกว่าการเรียกร้องที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการข่มขู่เพื่อให้เกิดภัยอันตราย การบาดเจ็บต่อร่างกาย หรือภัยจากการใช้ความรุนแรง 

    ความรุนแรงไม่มีวันที่จะเอาชนะความบาปหยาบช้าเลวร้ายใดๆได้เลย; มันเพียงได้แต่กดทับเอาไว้ได้ระยะหนึ่ง แล้วบาปหยาบช้าเหล่านั้นมันก็จะผุดกลับขึ้นมาอีก คราวนี้มันจะเพิ่มพลังบาปหยาบช้าขึ้นอีกเท่าตัว 

    ในทางตรงกันข้าม การไม่ใช้ความรุนแรง จะเป็นการหยุดบาปหยาบช้านั้นได้จบสิ้น เพราะผู้ทำบาปหยาบช้านั้นได้ถูกเปลี่ยนไปแล้วโดยพลานุภาพของความไม่รุนแรง

    เราจึงจำต้องมีคุณสมบัติของคนมีวินัยก่อน ต้องมีคุณสมบัติไม่เห็นแก่ตัว และเสียสละตนโดยไม่หวั่นไหวต่อภาระหน้าที่ 

    การต่อสู้ในทางการเมือง มีรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า การดื้อแพ่งไม่เชื่อฟังแบบผู้เจริญหรือผู้มีอารยะธรรม หรือที่เรียกันทั่วไปในประเทศไทยว่า “อารยะขัดขืน” ก็ต้องใช้อหิงสาเป็นอาวุธเช่นกัน

    เป็นวิธีไม่ใช้ความรุนแรงในการต่อต้านรัฐบาล เมื่อวิธีการต่อสู้ด้วยการเจรจาและวิธีทางตามกฎหมาย และ รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ 

    ที่เรียกว่า ‘civil’ หรือ “อารยะ” นั้นก็เพราะเป็นการแสดงการขัดขืนและฝ่าฝืนแบบไม่รุนแรงโดยประชาชนพลเมืองผู้ซึ่งในยามปรกติเป็นผู้เคารพกฎหมายเสมอมา; 
    กฎหมายที่มวลมหาประชาชนขัดฝืนนั้น เป็นกฎหมายเฉพาะที่เป็นอันตรายเสียหายต่อประชาชนเท่านั้น มันเป็น “อารยะ” ด้วยเพราะเหล่ามวลมหาประชาชนที่ประท้วงโดยการขัดฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นจักต้องปฏิบัติตนอย่างผู้มีอารยธรรม มีความปราถนาดีและปฏิบัติแบบนุ่มนวลต่อผู้ที่มีหน้าที่รักษากฎหมาย 


    นักอารยะขัดขืนควรจะต้องไม่กระทำการใดๆให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความอับอายด้วยซ้ำไป 

    เราใช้การต่อสู้แบบมีอาระต่อต้านรัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชั่น กระทำการอันมิชอบ เมื่อรัฐบาลทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา สิ้นสุข เสียขวัญ   

    มหาตมะ คานธี ต่อสู้รวม 3 ช่วงประวัติศาสตร์อินเดีย ใช้เวลาเฉพาะที่นับตอนจัดการมวลมหาประชาชนอินเดียจริงๆ 13 ปี 

    การไม่ให้ความร่วมมืออาจแสดงออกโดย:
  •     คืนตำแหน่งหรือเกียรติยศต่างๆที่เคยได้จากรัฐบาล 
  •     ลาออกจากราชการ 
  •     ถอนตัวออกจากงานตำรวจ งานทหาร 
  •     งดการเสียภาษี 
  •     ปิดโรงเรียนหรือไม่ไปโรงเรียน 
  •     และคว่ำบาตรสภานิติบัญญัติหรือรัฐสภา 

    แล้วให้ก่อตั้งและบริหารจัดการสถาบันใหม่ของตนขึ้นมาแทนสถาบันหรือองค์กรที่ประท้วงไม่ร่วมมือด้วยดังกล่าว 
    อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องมีความระมัดระวังมากในบางรูปแบบของกระบวนการไม่ให้การต่อสู้กับรัฐบาลนี้ ทำให้รัฐบาลที่โหดร้ายได้อ้างเป็นเหตุกระทำการรุนแรงต่อประชาชน 
    ต้องไม่ให้ประชาชนต้องเดือนร้อนทุกข์ยากมากเกินกว่าที่จำเป็นจากการกระทำของรัฐบาลผู้กดขี่
    ดูจากประวัติศาสตร์การต่อสู้ของอินเดีย และประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมนุษยชาติในโลก ต่อต้านอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม การต่อสู้ไม่ง่าย ไม่สั้น ไม่จบเร็ว
    สำหรับมวลมหาประชาชนที่ต่อสู้มาเข้าเดือนที่สาม เดือนนี้ อาจจะจบเร็วจบช้า ก็ได้ทั้งสิ้น แต่ต้องจบเป็นชัยชนะของประชาชนแน่นอน เพราะเหตุผลในการต่อสู้เพื่อสร้างชาติสร้างแผ่นดินของมวลมหาประชาชนครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ที่ชอบธรรม มีเหตุผลสมบูรณ์ เพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นนประมุข

ขอบคุณ และ สวัสดีครับ
สมเกียรติ อ่อนวิมล
21:00 น. 23 มกราคม 2557
_________________
เรื่องอื่น เวทีอื่น:
การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์
ประชาธิปไตยคืออะไร
ประเทศไทย กับ ความเป็นประชาธิปไตยใน ASEAN และ ในโลก
ความตกต่ำของประเทศไทยในโลก
โปรดตามอ่าน....
THAIVISION®
REFLECTION ON EVENTS ON PLANET EARTH AND BEYOND 
​©2023 All Rights Reserved  Thai Vitas Co.,Ltd.  Thailand  
✉️
​
[email protected]
  • REFLECTION
    • MORNING WORLD >
      • IN CONTEXT >
        • CLASS WAR IN THAILAND?
        • ราชอาณาจักรแห่งบ่อนการพนัน
        • หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
        • SINGAPORE VS TRUMP'S TARIFF
        • สงครามการค้า สหรัฐฯ vs. ไทย
        • IN CONTEXT 17/2024 [Earth Day 1970-2024]
        • IN CONTEXT 16/2024
        • IN CONTEXT 15/2024
        • IN CONTEXT 14/2024
        • IN CONTEXT 13/2024
        • IN CONTEXT 12/2024
        • IN CONTEXT 11/2024
        • IN CONTEXT 10/2024
        • IN CONTEXT 9/2024
        • IN CONTEXT 8/2024
        • IN CONTEXT 7/2024
        • IN CONTEXT 6/2024
      • THAKSIN and ASEAN
      • THAKSIN 2010
      • BOBBY SANDS
  • ON DEMOCRACY
  • THE LIBRARY
    • MOU43-44 [Thailand v Cambodia]
    • THE ART OF WAR by SUN TZU
    • SUFFICIENCY ECONOMY BY KING BHUMIBOL OF THAILAND
    • SOFT POWER (Joseph Nye, Jr.)
    • CONVERSATIONS WITH THAKSIN by Tom Plate
    • THE GREAT ILLUSION/Norman Angell
    • MORNING WORLD BOOKS >
      • CASINO ROYALE
      • 1984
      • A BRIEF HISTORY OF TIME
      • A HISTORY OF THAILAND
      • CONSTITUTION OF THE UNITED STATES
    • SCIENCE >
      • ประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์
      • HUMAN
    • DEMOCRACY IN AMERICA
    • FIRST DEMOCRACY
    • JOHN MUIR
    • MODELS OF DEMOCRACY
    • MULAN
    • THE VOYAGE OF THE BEAGLE
    • ON THE ORIGIN OF SPECIES
    • PHOOLAN DEVI
    • THE REPUBLIC
    • THE TRAVELS OF MARCO POLO
    • UTOPIA
    • A Short History of the World [H.G.Wells]
    • WOMEN OF ARGENTINA
    • THE EARTH : A Very Short Introduction
    • THE ENGLISH GOVERNESS AT THE SIAMESE COURT
    • TIMAEUAS AND CRITIAS : THE ATLANTIS DIALOGUE
    • HARRY POTTER
    • DEMOCRACY / HAROLD PINTER
    • MAGNA CARTA
    • DEMOCRACY : A Very Short Introduction
    • DEMOCRACY / Anthony Arblaster]
    • DEMOCRACY / H.G. Wells
    • ON DEMOCRACY / Robert A. Dahl)
    • STRONG DEMOCRACY
    • THE CRUCIBLE
    • THE ELEMENTS OF STYLE
    • THE ELEMENTS OF JOURNALISM | JOURNALISM: A Very Short Introduction
    • LOVE
    • THE EMPEROR'S NEW CLOTHES
    • THE SOUND OF MUSIC
    • STRONGER TOGETHER
    • ANIMAL FARM
    • POLITICS AND THE ENGLISH LANGUAGE
    • GEORGE ORWELL
    • HENRY DAVID THOREAU >
      • WALDEN
    • MAHATMA GANDHI
    • THE INTERNATIONAL ATLAS OF LUNAR EXPLORATION
    • พระมหาชนก
    • ติโต
    • นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ | A Man Called Intrepid
    • แม่เล่าให้ฟัง
    • SUFFICIENCY ECONOMY
    • พระเจ้าอยู่หัว กับ เศรษฐกิจพอเพียง
    • KING BHUMIBOL AND MICHAEL TODD
    • ... คือคึกฤทธิ์
    • KING BHUMIBOL ADULYADEJ: A Life's Work
    • THE KING OF THAILAND IN WORLD FOCUS
    • พระราชดำรัสเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ >
      • THE KING'S WORDS
    • TESLA INTERVIEW 1926
  • IN MY OPINION
  • S.ONWIMON
    • MY STORY
    • THE DISSERTATION
    • THE WORKS >
      • BROADCAST NEWS & DOCUMENTARIES
      • SPIRIT OF AMERICA
      • THE ASEAN STORY
      • NATIONAL PARKS OF THAILAND
      • HEARTLIGHT: HOPE FOR AUTISTIC CHILDREN IN THAILAND
    • SOMKIAT ONWIMON AND THE 2000 SENATE ELECTION
    • KIAT&TAN >
      • TAN ONWIMON >
        • THE INTERVIEW
    • THAIVISION